GPS Tracking คือระบบของการใช้ดาวเทียมเพื่อติดตามตำแหน่ง ซึ่งตัว Tracker จะถูกติดตั้งเอาไว้กับยานพาหนะหรือสิ่งใด ๆ ก็ตามที่เคลื่อนไหวได้ เช่น รถ คน สัตว์ เป็นต้น เมื่อติดตั้งเรียบร้อยก็จะใช้ จีพีเอสติดตาม ในการหาพื้นที่ตำแหน่งของ Tracker นั้นว่าอยู่ตรงไหน ตรงนี้เองที่มักถูกนำมาใช้กับธุรกิจด้านโลจิสติกส์เพื่อให้ผู้ประกอบการมั่นใจว่าสิ่งที่ควบคุมไม่ได้อย่างการขนส่งนี้ จะอยู่ในสายตาของเขาตลอดเวลา และนี่คือ 3 เหตุผลที่บอกว่าทำไมธุรกิจโลจิสติกส์ควรติดตั้ง GPS Tracking เข้ากับยานพาหนะ
1. บอกตำแหน่งของยานพาหนะแบบ Real-time ด้วยความสามารถของระบบ GPS Tracking สามารถตรวจสอบตำแหน่งได้ตลอดเวลา ดังนั้นจึงสามารถบอกตำแหน่งของตัวยานพาหนะได้ชนิด Real-time ว่าตอนนี้อยู่ตรงไหนแล้ว อีกทั้งยังมีความแม่นยำสูง ช่วยให้รู้ว่ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้นหรือไม่ แล้วถ้ามี ตำแหน่งล่าสุดอยู่ตรงจุดไหนในแผนที่
2. วางแผนการทำงานหรือปรับเปลี่ยนได้ตามเหมาะสม – การขนส่งโลจิสติกส์บ่อยครั้งที่อาจต้องปรับเปลี่ยนแผนกันตลอดเวลา เช่น ทางข้างหน้ารถติดหนัก หรือต้องแวะรับส่งสินค้าเพิ่มเติม การมี GPS Tracking ติดเอาไว้จึงทำให้รู้ว่าตอนนี้ยานพาหนะไปถึงไหน และจะปรับเปลี่ยนอย่างไรให้เกิดความเหมาะสมที่สุด
3. รับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นในทุกกรณี – ไม่ว่าจะเป็นขับรถเร็ว ขับรถออกนอกเส้นทาง หรือจอดพักรถนานเกินไป จะทำให้รู้ว่าตอนนี้การเดินทางของรถเป็นอย่างไรบ้าง สามารถนำข้อมูลต่าง ๆ ที่บันทึกได้ตามจริงมาใช้วางแผนงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการขนส่งได้
ถือว่า GPS Tracking ติดรถ เองมีความสำคัญกับธุรกิจโลจิสติกส์อย่างมาก การใช้เทคโนโลยีย่อมทำให้เกิดประโยชน์มากกว่าการขนส่งแบบเดิมอย่างแน่นอน อย่ามองข้ามความสำคัญเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะนำพาธุรกิจก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง